มาเพื่อจบงาน! ซลาตัน ต่อสัญญากับ ปีศาจแดง เรียบร้อยแล้ว ลั่น มาเคลียร์งานที่ค้าง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สุดยอดกองหน้าที่ขนานนามตัวเองว่า “พระเจ้า” ได้จดปากกาต่อสัญญายืดไปอีก 1 ปี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมบอกกับสื่อว่า กลับมาเพื่อทำงานต่อให้จบจากที่ค้างคาไว้

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกสวีเดนรายนี้ หลังจากที่พักฟื้นจากอาการบาดเจ็บแล้วได้กลับมา(เร็วมาก) พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 10 แทนอดีตกัปตันทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์ ที่เพิ่งย้ายซบท๊อฟฟี่เมื่อซัมเมอร์นี้

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

The God Comeback! ซลาตัน ได้หายดีจากอาการบาดเจ็บที่เอ็นเข่าแล้ว ลั่นพร้อมกลับมาลงสนามในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ซึ่งเขาอดใจไม่ไหวแล้วที่จะลงเล่นให้ปีศาจแดง เพื่อมาจบงานของเขา

“ผมกลับมาที่นี่เพื่อจบงานที่ผมได้เริ่มทำเอาไว้ มันคือความตั้งใจของผมและสโมสรมาโดยตลอดที่จะให้ผมอยู่ต่อ ผมแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับไปลงสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอีกครั้ง แต่ผมก็ทราบดีว่าผมต้องใช้เวลาสักพัก เพื่อให้ผมพร้อมจริงๆ ก่อน ตอนนี้ผมตั้งใจทำงานอย่างหนัก เพื่อให้มั่นใจว่าผมจะกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับการกลับมาลงสนามอีกครั้ง”

ซลาตัน กล่าวหลังเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เปิดสถิติน่าใจหายของ “พระเจ้า” แห่งวงการฟุตบอล

การขาดไปของ  เมื่อเทียบกับทีมยักษ์ใหญ่ของ พรีเมียร์ลีก ด้วยกัน ถือว่าสถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้ น่าผิดหวังที่สุด

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แข้งคนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งตอนนี้เป็นคนที่โดนเพ่งเล็งมากที่สุด และหนึ่งในปัญหาใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ด ณ เวลานี้ คือเกมบุกที่ขาดประสิทธิภาพในจังหวะสุดท้าย ซึ่งเป็นส่วนที่ขาดหายไปของเกมรุก ปีศาจแดง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

อดีตกัปตันทีมชาติสวีเดนวัย 35 ปี ที่ยิงไม่ได้ในเกมลีกมาแล้ว 6 นัดติดต่อกัน เป็นสถิติแย่ที่สุดของเจ้าตัวนับตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2007 ทั้งที่ช่วงย้ายทีมมาใหม่ๆ แฟนบอลแมนฯยูและสื่อเมืองผู้ดีคึกคักกับการต้อนรับยอดดาวยิงที่มีบุคลิกและลีลาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ถึงขั้นพากันติดแฮชแท็ก #ZlatanTime ในโลกโซเชียล และตื่นเต้นทุกครั้งที่เขายิงได้ แต่ผ่านไปแค่ 2 เดือน ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแฟนบอลแมนฯยูหลายคนเริ่มไม่แฮปปี้ที่เห็นเขาในสนามบางคนตั้งคำถามว่า ซลาตัน “แก่” และ “ช้า” เกินไปสำหรับพรีเมียร์ลีกหรือไม่?

หลังจบเกมล่าสุดซึ่งแมนฯยูเสมอกับ เบิร์นลีย์ 0-0 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเมื่อเปิดสถิติดูจะพบความจริงน่าตกใจสำหรับกองหน้าคนดังระดับนี้ ซลาตันลงสนามในเกมลีกรวมทั้งสิ้น 810 นาที ยิงไปทั้งหมด 4 ประตู และมีความพยายามทำประตูรวมทั้งสิ้น 57 ครั้ง สูงกว่าใครในลีกฤดูกาลนี้(อันดับรองลงมาคือ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งได้จังหวะยิงทั้งหมด 41 ครั้ง)

แต่หากนับตั้งแต่ประตูสุดท้ายที่เขายิงได้คือในเกมดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน จนถึงปัจจุบัน ซลาตันตีนบอดมาแล้วร่วม 9 ชั่วโมงในสนาม
และพยายามยิงถึง 42 ครั้ง แต่ไม่เป็นประตูแม้แต่ครั้งเดียว

เฉพาะนัดพบ เบิร์นลีย์ เขาได้จังหวะโหม่งและสับไกรวม 12 ครั้ง ในจำนวนนี้ 4 ครั้ง โดน ทอม ฮีตัน นายทวารทีมเยือนป้องกันเอาไว้ได้(ฮีตันถึงกับบ่นว่า ลูกยิงของซลาตันแรงจนแขนเขาแทบหัก!) อีก 5 ครั้ง ติดบล็อกของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และ 3 ครั้งที่เหลือออกนอกกรอบไป

ถึงขั้นแฟนบอล อาร์เซน่อล เอาไปโพสต์ล้อเลียน โดยเปรียบเทียบกับโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสของปืนใหญ่ซึ่งลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมพบซันเดอร์แลนด์ วันเดียวกัน และทำได้ 2 ประตู จากการสัมผัสบอล 2 ครั้ง ในเวลาห่างกันแค่ 5 นาทีเท่านั้น! และถ้ารวมการลงสนามทุกถ้วยซลาตันเพิ่งยิงได้แค่ประตูเดียวจากการลงเล่น 9 นัดหลังสุด แถม 1 ประตูนั้นยังมาจากเกมยูโรป้าลีกพบทีมรองบ่อนจากยูเครนอย่าง ซอร์ย่า ลูฮานส์ก อีกต่างหาก

ในแง่สไตล์การเล่นซลาตันไม่ใช่คนขยันวิ่งพล่านไปทั่วสนามมาแต่ไหนแต่ไร แต่อย่างน้อยๆ
ก็ยังเป็นที่เกรงขามของคู่ต่อสู้ชนิดจะประมาทปล่อยให้เขาคลาดสายตาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
แต่มาช่วงไม่กี่สัปดาห์ให้หลัง ซลาตันดูจะเป็นนักเตะธรรมดาๆ คนหนึ่งซึ่งไม่มีพิษสงน่ากลัวแต่อย่างใด

ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือเกมลีกคัพพบแมนฯ ซิตี้ ซึ่งซลาตันแทบไม่มีบทบาทในเกมเลย พออยู่ข้างหน้าไม่ค่อยได้บอลก็ถอยไปยืนต่ำหวังจะล้วงลูกไปเล่น แต่กลับต่อบอลทำเกมกับเพื่อนไม่ได้

จนสถิติการผ่านบอลของเขาต่ำสุดในทีมปีศาจแดงในช่วงครึ่งแรกของเกมดังกล่าว แม้จะแก้ตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังจนมีส่วนในการต่อบอลให้

ฆวน มาต้า ทำประตูชัย แต่ขณะเดียวกันเจ้าตัวกลับพลาดจังหวะทำประตูง่ายๆ ไปอย่างเหลือเชื่อ

มาถึงเกมเยือน เชลซี ที่ทีมโดนถล่มยับ 4-0 เมื่อสัปดาห์ก่อนสถานการณ์ของซลาตันแทบไม่ต่างไปจากเดิม จนถึงตอนนี้แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามกับมูรินโญ่แล้วว่าจะกล้าจับนักเตะชื่อชั้นระดับนี้เป็นตัวสำรองหรือไม่? หรือซลาตันจะสามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองคืนมาได้หรือเปล่า?

และที่หลายคนอดสงสัยและเป็นห่วงไม่ได้เช่นกันคือแค่ยิงประตูไม่ได้ติดๆ กันนานขนาดนี้
นักเตะที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงลิบอย่างซลาตันก็คงสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อยแล้ว
ถ้ายังมาโดนดร็อปเป็นตัวสำรองอีกจะยิ่งไปกันใหญ่ขนาดไหน? แม้จะเป็นเรื่องน่าเห็นใจ แต่ก็เป็นวิถีแห่งฟุตบอลที่เชื่อว่าแฟนๆ ปีศาจแดงหลายคนอยากเห็นอย่างยิ่งในตอนนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ไอ้นี่มีของ : ‘ซลาตัน อิบราฮิโมวิช’ ดาวยิง ‘ผีแดง’ ในวัย 35 อายุเป็นแค่ตัวเลข

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หนึ่งในนักเตะที่ระเบิดฟอร์มร้อนแรงที่สุดบนศึกพรีเมียร์ลีกขณะนี้ต้องมีชื่อของยอดดาวยิงชาวสวีดิชของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมอยู่ด้วยแน่นอน

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แข้งสตาร์ดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลูกหนัง พรีเมียร์ลีก ทำสิ่งที่แข้งทั่วโลกต้องน่าทึ่งก็คือ ในวัย 35 ปี เขายังคงโชว์ฟอร์มโหดได้ไม่เป็นรองแข้งหนุ่มๆ และต้องไม่ลืมว่านั่นคือการเล่นในลีกที่เข้มข้น และเข้าปะทะกันแรงอย่างลีกอังกฤษด้วย

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

“ไอ้นี่มีของ” สัปดาห์นี้ เราจึงขอยกพื้นที่ให้กับดาวยิงซูเปอร์สตาร์จากค่ายปีศาจแดง ซึ่งฟอร์มกำลังร้อนแรง ยิงไปถึง 11 ประตู จาก 10 นัดหลังสุด รวมทุกถ้วย

ยิงได้ทุกสถานการณ์!! จากทั้งหมด 17 ประตู ที่อดีตดาวยิง เปแอสเช ยิงให้ แมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด รวมทุกรายการในซีซั่นนี้ ถือว่า อิบราฮิโมวิช ใช้ทุกส่วนทำประตูครบถ้วน

ประกอบด้วยเท้าขวาข้างถนัด 10 ลูก เท้าซ้าย 2 ลูก และเหินเวหาโขกพังตาข่ายอีก 5 ตุง ด้วยกันและแม้ตำแหน่งการยืนมักจะประจำการในกรอบเขตโทษ แต่ ซลาตัน ยังครองสถิติเป็นผู้เล่นที่ ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษมากที่สุด ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ (3 ประตู) มากกว่าทั้ง ปอล ป็อกบา และ เจสซี่ ลินการ์ด ที่ซัดจากนอกกรอบได้คนละ 2 ลูก เท่ากันอีกด้วย

สำคัญสุดในทีม สถิติระบุว่า ประตูของหัวหอกเจ้าของเสื้อหมายเลข 9 คนปัจจุบันแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วยเสกแต้มในพรีเมียร์ลีกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่มขึ้นมากถึง 10 แต้ม
เขาซัดในลีกไปทั้งสิ้น 12 ลูก น้อยกว่าผู้นำดาวซัลโวอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า ที่ยิง 13 ประตู
ให้ เชลซี เพียงคนเดียว

หากทีมปีศาจแดงขาด ซลาตัน ไปเสียคน ป่านนี้พวกเขาจะรั้ง อันดับ 10 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก และจะต้องตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์ห่างถึง 14 คะแนน เพราะ 12 ประตู จากกองหน้าวัยเก๋า คิดเป็น 44.44% หรือเกือบครึ่งของประตูทั้งหมดที่ทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยิงได้ในลีก
(27 ลูก) และถ้าตัด 12 ลูกนั้นทิ้ง ป่านนี้ทีมปีศาจแดงจะกลายเป็นทีมที่ยิงได้น้อยที่สุดอันดับ 2 ในลีก โดยมากกว่าทีมบ๊วยอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ ที่ยิงได้แค่ 14 ลูก เพียงทีมเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น โชเซ่ มูรินโญ่ คงยิ่งหวังให้เจ้าตัวยิงให้ได้เยอะๆ เพราะจาก 13 นัดรวมทุกรายการ ที่ ซลาตัน ยิงให้ทีมปีศาจแดงได้นั้นทีมชนะได้ถึง 10 นัด เปอร์เซ็นต์ชนะมีสูงถึง 76.92% แต่ 14 นัด ที่ “พระเจ้า” ของแฟนผีแดงไม่สามารถพังตาข่ายคู่แข่งได้ทีมชนะได้แค่ 7 นัด เปอร์เซ็นต์คว้าชัยลดลงเหลือแค่ 50-50

หากไม่นับ ดาบิด เด เคอา ที่ลงเฝ้าประตูครบทุกนาทีในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ นักเตะที่ลงรับใช้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากที่สุด คือ 2 สตาร์ตัวใหม่ที่ย้ายเข้ามาในช่วงซัมเมอร์อย่าง
ปอล ป็อกบา และ อิบราฮิโมวิช

เกมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ ซลาตัน ไม่มีส่วนร่วมกับทีม คือนัดเปิดบ้านเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 ที่เขาติดโทษแบนเพราะสะสมใบเหลืองครบโควตาและทั้ง 17 นัด ที่อดีตดาวยิง 2 ทีมดังเมืองมิลานลงเล่นในลีกแดนผู้ดีซีซั่นนี้เขาไม่เคยโดนเปลี่ยนตัวออกเลยเช่นเดียวกับกองกลางค่าตัวแพงที่สุดในโลก

นั่นหมายความว่า ถ้าหากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนหรือโดนกักตัวจากโทษแบน อิบราฮิโมวิช จะการันตีตำแหน่งตัวจริงแน่นอนแม้อายุจะมากกว่าใครเพื่อนในแนวรุกก็ตาม

ฮอตกว่าทุกคนที่อายุขึ้นเลข 3 จากผลงานกดไป 12 ประตู ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลปัจจุบัน ทำให้
ซลาตัน รั้งอันดับ 5 ของชาร์ทดาวซัลโว 5 ลีกใหญ่ยุโรปร่วมกับแข้งพระกาฬที่อายุน้อยกว่าเกือบ 10 ปีอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ อเล็กซิส ซานเชซ และใน Top 5 ของจอมถล่มประตูจาก 5 ลีกดัง ถือว่า ซลาตัน เป็นนักเตะเพียงคนเดียว
ที่อายุเกิน 30 ปี

ยิ่งถ้าหากนับเฉพาะเวทีลีกแดนผู้ดีนอกเหนือจากกองหน้าผู้ประกาศตัวว่าจะเป็น “พระเจ้าแห่งแมนเชสเตอร์” คนที่ยิงได้มากที่สุดคือ เจอร์เมน เดโฟ ของ ซันเดอร์แลนด์ ที่ยังยิงได้น้อยกว่าอิบราถึง 4 ลูก แถม เดโฟ ยังต้องพึ่งการยิงจุดโทษมาช่วยอีกถึง 3 ประตู ด้วยกัน

ส่วนนักเตะอายุมากกว่า 30 ปีรายอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก ก็ยิงประตูในซีซั่นนี้ได้มากสุดแค่ 6 ลูก คือ อัลบาโร่ เนเกรโด้ (มิดเดิ้ลสโบรช์) และ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ (สวอนซี) ซึ่งถือว่าทาบจำนวนประตูของ อิบราฮิโมวิช ได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นลุ้นทำลายสถิติ “เมสซี่” ยิงให้สโมสรเยอะสุดปี 2016!!!

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ